มะละกอ (Papaya)
เป็นไม้ผลชนิดหนึ่ง สูงประมาณ 5-10 เมตร มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง ผลดิบมีสีเขียว เมื่อสุกแล้วเนื้อในจะมีสีเหลือง นิยมนำมารับประทานทั้งสดและนำไปปรุงอาหาร เช่น ส้มตำ แกงส้ม ฯลฯ หรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่นอบแห้ง ก็ได้
ประโยชน์ของมะละกอดิบ
ผลดิบของมะละกอที่มีเปลือกสีเขียวนั้นภายในจะมียางสีขาวข้นเรียกกันว่ายาง มะละกอ
สรรพคุณของยางมะละกอใช้หมักเนื้อทำให้เนื้อนุ่มและเร่งให้เปื่อยเร็วขึ้น
เมื่อต้มและหากนำยางมะละกอไปสกัดเป็นเอนไซม์ที่มีชื่อว่าปาเปอีน (Papain
Enzyme) สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้อีกด้วย ใช้เป็นยาสมุนไพร (Herb)
เป็นยาระบายอ่อนๆช่วยในการขับปัสสาวะหรือจะนำผลมะละกอดิบไปทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรคือ
“ชามะละกอ”
ที่มีสรรพคุณในการล้างลำไส้จากคราบไขมันที่เกาะติดอยู่ที่เกิดจากการกิน
อาหารที่ผัดด้วยน้ำมันเป็นประจำ เมื่อชามะละกอช่วยล้างคราบไขมันที่ผนังลำไส้ออกไปแล้วจะทำให้ระบบดูดซึมสาร
อาหารทำงานได้เต็มที่
มะละกอสุกเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานเย็นอร่อยและมีคุณค่าทางอาหารสูงประกอบ
ด้วย
น้ำร้อยละ 88
น้ำตาลร้อยละ 10
โปรตีนร้อยละ 0.5
ไขมันร้อยละ 0.1
กรดร้อยละ 0.1
กากร้อยละ 0.6
และเยื่อใยร้อยละ
0.7
นอกจากนี้เนื้อมะละกอสุกยังมีวิตามิน
เกลือแร่ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูงมาก กล่าวคือ
ในมะละกอจำนวน100 กรัม
มีวิตามินเอ
ถึงประมาณ 2000 –3000 หน่วยสากล
มีไทอามีน 15 – 64ไมโครกรัม
ไรโบฟลาวิน 28 – 83 ไมโครกรัม
ไทอะซิน 0.15 – 0.76 ไมโครกรัม
และกรดแอสคอบิค 33. – 136 มิลลิกรัม
ผลมะละกอสุกมีคุณสมบัติเป็นยาระบายแก้การท้องผูกได้ดี
โดยส่วนมากจะใช้รับประทานแบบผลไม้สุก เป็นอาหารเช้า ของว่างหรือเป็นส่วนผสมในสลัดผลไม้
หรืออาจนำมาแปรรูปปรุงรสให้มีรสชาติดียิ่งขึ้น เช่นเป็นเครื่องดื่ม เครื่องปรุงไอสครีม ทำมะละกอเชื่อม
ประโยชน์ของมะละกอสุกยังมีสารอาหารที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) คือเบต้าแคโรทีนที่มีคุณสมบัติช่วยชะลอวัย บำรุงผิวพรรณ ลดริ้วรอยซึ่งเป็นประโยชน์ของมะละกอในด้านความสวยความงามนั่นเอง







0 comments:
Post a Comment