ชา :
ประโยชน์
เครื่องดื่มประเภทน้ำชามีมาช้านานกว่า 4,700 ปี
นอกเหนือจากการเป็นเครื่องดื่มแก้กระหาย แก้ง่วง
ยังพบว่าสามารถแก้สารพัดโรคได้อีกด้วย เช่น
ต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของร่างกาย ต้านอาการอักเสบ ต้านเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้
ป้องกันตับจากสารพิษและโรคอื่นๆอีกมากมายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ การที่เครื่องดื่มชาให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายก็เนื่องจากองค์ประกอบในใบชา
ที่
เรียกว่า แทนนินหรือ ทีโพลีฟีนอล (Tea polyphenols) สารสำคัญกลุ่มนี้พบมากในพืชเกือบทุกชนิด แต่ละชนิดอาจจะมีโครงสร้างทางเคมีที่
แตกต่างกันไป สารแทนนินในใบชาสดหรือชาเขียวที่มีฤทธิ์ทางยาที่สำคัญได้แก่ สารกลุ่มที่ชื่อว่า
คาเทคชินส์ (catechins) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่ามีฤทธิ์ต้านโรคภัยได้มากมายหากดื่มเป็นประจำโดยสามารถจับกับอนุมูลอิสระได้หลายชนิดและขัดขวางการปฏิกิริยาออกซิเดชั่นจึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือด
โรคความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็งได้ แต่สารสำคัญจากใบชามักจะสลายตัวได้ง่ายและรวดเร็ว
เมื่อสัมผัสกับออกซิเจนในอากาศและความร้อน
ดังนั้นการดื่มชาอาจให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากหรือน้อย หรือไม่ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพเลยหรือในทางตรงกันข้ามอาจมีผลเสียต่อร่างกายก็เป็นไปได้
ปัจจุบันมีการตื่นตัวหันมาดูแลสุขภาพกันอย่างกว้างขวางและจากคุณสมบัติในการป้องกันโรค
ชาเขียวนับ เป็นหนึ่งในอาหารสุขภาพที่ได้รับความสนใจอย่างมากในยุคนี้
ชาวจีนและญี่ปุ่นรู้จักการดื่มชาเป็นอย่างดีและชา ที่นิยมดื่มกันมากสุดแบ่งตามกรรมวิธีการผลิตได้เป็น
3 ชนิดคือชาดำ
ชาอูหลงและชาเขียว
ต้นชามีชื่อทางพฤกษาศาสตร์ว่า
Camellia Sinensis ที่เป็นที่นิยมจะปลูกในพื้นที่สูง อากาศเย็น
มีความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม
ใบชาที่มีคุณภาพดีจะเป็นส่วนยอดอ่อนของต้นชาและใบอ่อนสองใบแรกเท่านั้น ใบชาจากต้นชาเดียวกันสามารถนำมาผลิตชาได้ทั้ง
3 ชนิด
1. ชาดำ
(Black Tea) เป็นชานำใบมาอบให้แห้ง 16
ชั่วโมงจากนั้นบดด้วยลูกกลิ้งและหมักจนได้ใบชาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำจึงนำไปอบแห้งอีกครั้ง
2. ชาอูหลง
( Oolong Tea) เป็นชาที่ผ่านขบวนการผลิตเหมือนชาดำแต่มีการหมักเพียงบางส่วน
ใช้ระยะเวลาสั้นกว่า จึงมีสีน้ำตาล ไม่เข้มเหมือนชาดำ ชาจะมีกลิ่นหอมรสชาติชุ่มคอ
3. ชาเขียว
(Green Tea) เป็นชาที่ไม่ผ่านขั้นตอนการหมักเลย
เพราะเมื่อเก็บใบชามาได้จะนำมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อ ทองแดงโดยใช้ความร้อนไม่สูงเกินไปนักและใช้มือคลึงเบาๆ
ก่อนแห้ง หรืออบไอน้ำในระยะเวลาสั้นๆ แล้วนำไปอบแห้งเพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์
จึงได้ใบชาจึงมีความสด และยังมีสีเขียวอยู่มาก การที่ใบชาไม่ผ่านขั้นตอนการหมักทำให้ใบชายังมีสารประกอบฟีนอล( Phenolic compound ) หลงเหลืออยู่มากกว่า ชาดำกับชาอูหลง
ทำให้ชาเขียวมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากกว่าด้วย
คณะนักวิจัยสหรัฐฯ ได้รายงานผลการศึกษาคุณประโยชน์ของชาที่มีต่อสุขภาพในวารสาร
"โภชนาการ" ว่า ชามีสรรพคุณเป็นตัวล้างพิษอย่างแรง
สามารถกวาดล้างสารอนุมูลอิสระซึ่งกัดกร่อนดีเอ็นเอในกระแสเลือด ลงได้
ผลจากการศึกษาพบว่าชาดำสามารถช่วยลดโคเลสเตอรอลลงได้ 4% และลดไขมันเลว
8% จึงทำให้อันตรายของโรคหัวใจลดลงตามไปด้วยในส่วนขององค์การอนามัยโลกได้แนะนำว่า ควรดื่มชาในระหว่างอาหารเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด
หลังจากดื่มชาประมาณ 30-50 นาที antioxidant activity
ในเลือดจะพุ่งพรวดขึ้นไป 41-48% และคงอยู่เช่นนั้น
นานประมาณ 80 นาที การที่เลือด มี antioxidant
activity สูงขึ้นนี้ ย่อมทำให้ตัวร้ายในร่างกายคือ
สารอนุมูลอิสระถูกขจัดไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็หมายถึงว่าสุขภาพจะดีขึ้นนั่นเอง
ส่วนกระแสนิยมการบริโภคเครื่องดื่มชาเขียว
ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ออกมาเตือนว่าควรพิจารณาเลือกบริโภคเฉพาะชนิดที่ไม่มีน้ำตาลผสม
การชงชาด้วยตนเองนอกจากจะได้อรรถรสของการดื่มชาแล้ว ยังให้อรรถประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่า
และควรพิจารณาเรื่องการบริโภคชาในปริมาณสูงๆ ซึ่งอาจมีผลเสียต่อภาวะโภชนาการของสารอาหารอื่นได้
คำแนะนำเรื่องการดื่มชา
1. น้ำชาร้อนๆ
สารสำคัญที่เป็นประโยชน์คือ ‘ คาเทคชินส์’ จะถูกความร้อนทำลายไปเกือบหมด คงเหลือแต่ความหอมและรสชาติ ถ้าต้องการให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายแต่ยังนิยมชาร้อนๆ
ควรดื่มน้ำชาที่เข้มข้นเช่นเดียวกับคนจีนแต้จิ๋วที่นิยมชงชาจีนรสเข้มข้น ในถ้วยชาใบจิ๋วคล้ายกับการดื่มกาแฟเอ็กซ์เพรสโซ่
ความเข้มข้นของใบชาจะทำให้มีปริมาณสารคาเทคชินส์ที่เข้มข้น และแม้ว่าสารเหล่านี้จะสลายตัวไปบางส่วนเมื่อโดนความร้อนจากน้ำร้อน
แต่จะยังคงมีบางส่วนที่หลงเหลืออยู่ที่พอจะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้บ้าง
2. ชาเขียวหรือสารสกัดจากใบชาสด
หากนำมาเตรียมเป็นเครื่องดื่มแช่เย็น ความเย็นจะช่วยรักษาคุณค่าของสารสำคัญในใบชาไว้ได้ดี
อย่างไรก็ตามหากขบวนการผลิตเครื่องดื่มชาเขียวต้องผ่านขบวนการต้มหรือทำให้ ร้อนในขบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อนบรรจุลงในขวด
ปริมาณสารสำคัญในน้ำชาก็จะถูกทำลายไปเช่นกัน
3. การดื่มน้ำชาไม่ว่าจะชาร้อนหรือชาแช่เย็น
ไม่ควรแต่งรสด้วยนมทุกชนิด
ไม่ว่าจะน้ำนมสด นมข้นหรือนมผง
เพราะโปรตีนในนมจะไปจับกับสารสำคัญในชา
และทำลายประสิทธิภาพสารออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย วิธีการดื่มชาเขียวให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ
จึงควรดื่มน้ำชาล้วนๆ ไม่ควรปรุงแต่ง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ ชาเย็นใส่นมจะไม่ได้ประโยชน์จากชาเลย
4. ผู้ที่รับประทานวิตามินเสริม
เช่น ธาตุเหล็ก เกลือแร่ หรือยาที่คล้ายคลึงกัน
ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำชาร่วมไปด้วย เพราะสารสำคัญจากใบชาจะไปตกตะกอนธาตุเหล็กหรือเกลือแร่ไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
ในกรณีที่ดื่มน้ำชาร่วมกับการรับประทานอาหาร แร่ธาตุต่างๆ
จากผักใบเขียวหรือจากผลไม้ก็จะถูกสารสำคัญจากชาจับไว้หมดไม่ให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเช่นกัน
5. โทษของการดื่มชาต่อร่างกายก็มีรายงานเช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารสำคัญคือแทนนิน ซึ่งจะไปตกตะกอนโปรตีนและแร่ธาตุต่างๆ จากอาหารที่รับประทาน
ทำให้ลดการดูดซึมของสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย ดังนั้นจึงมักจะมีคำแนะนำไม่ให้เด็กดื่มน้ำชาไม่ว่าจะเป็นชาเขียวแช่เย็นหรือชาร้อน
เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารได้โดยเฉพาะธาตุเหล็กและวิตามินบี 1
6. ใบชายังมีองค์ประกอบที่ให้โทษต่อร่างกายที่ยังไม่ค่อยมีคนกล่าวถึงคือ
มีองค์ประกอบของฟลูออไรด์ ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง
สูงกว่าปริมาณในน้ำประปา
การที่ร่างกายได้รับเข้าไปทุกวันจากการดื่มน้ำชาเป็นประจำ จะเกิดการสะสม
มีผลให้ไตวาย เกิดมะเร็งลำไส้ โรคกระดูกพรุน
โรคข้อ และโรคอื่นๆที่เกี่ยวกับกระดูก แต่ผู้ที่ดื่มไม่มาก ก็คงไม่ต้องกังวล
7. ใบชายังมีสารที่ไม่ดีต่อสุขภาพอีก
คือ สารที่ชื่อว่า ‘ออกซาเลท oxalate’ แม้ว่าสารชนิดนี้จะมีอยู่น้อย แต่หากผู้ที่ชื่นชอบการดื่มชามากๆ
และดื่มบ่อยๆ เป็นประจำ จะสะสมสารออกซาเลทในร่างกายได้ สารชนิดนี้มีรายงานว่ามีผลทำลายไต
เกิดนิ่วในไตได้
8. ใบชามีสารคาเฟอีนในปริมาณสูงอาจสูงกว่าในเมล็ดกาแฟด้วยซ้ำไป
เพียงแต่การดื่มน้ำชา
สารแทนนินจากน้ำชาจะป้องกันหรือลดการดูดซึมของคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกาย
ทำให้ฤทธิ์การกระตุ้นหัวใจ และสมองน้อยกว่ากาแฟมาก
การดื่มชามีทั้งคุณและโทษต่อร่างกายขึ้นอยู่กับการบริโภค
ถ้ามากเกินไปก็เกิดโทษได้ ในการนำสารสกัดชาเขียวไปผสมกับอาหารชนิดอื่นๆ
ก็เช่นกันหากต้องนำไปทำให้ร้อน เช่น ขนมเค้ก
คุณค่าชาเขียวก็จะหมดไปคงเหลือแต่รสชาติเท่านั้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการนำผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารสกัดชาเขียวไปผ่านขบวนการความร้อนเพื่อคงคุณค่าของชาเขียวต่อสุขภาพร่างกาย หน้าร้อนนี้ชาเขียวยังคงเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมดับกระหายได้เป็นอย่างดี
ดังนั้นนอกจากจะช่วยให้ร่างกายสดชื่นควรเลือกดื่มชาเขียวในแบบที่ช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์อย่างคุ้มค่าและเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง







0 comments:
Post a Comment