3 เคล็ดลับ ลดน้ำหนักด้วยมะนาว ลดความอ้วนด้วยมะนาว
เพราะผักและผลไม้ทุกประเภทจะมีปริมาณแคลอรีที่น้อยมาก แต่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ เส้นใย และสารอาหารที่ครบครันจะช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายช่วยให้ระบบ ประสาททำงานอย่างสงบลง
โดยการบีบน้ำมะนาวลงไปในมื้ออาหารทุกมื้อหรือผสมเปลือกมะนาวลงไปในซุปหรือ สลัดและบีบมะนาวเพียงเล็กน้อยโปรยลงบนเนื้อปลาและเนื้อไก่ก่อนรับประทาน แล้วจะรู้ว่ามะนาวคือเส้นใยที่มหัศจรรย์ที่สุดเพราะมะนาวจะช่วยให้ระบบย่อย อาหารดีขึ้นอีกทั้งยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงด้วย นอกจากนี้ผลการศึกษาของวิทยาลัย Journal of the America College of Nutrition รายงานว่า คาร์โบไฮเดรตที่พบในผิวเปลือกของมะนาวจะสามารถกำจัดความอยากกินให้ลดลงได้ ถึง 4 ชั่วโมง เปลือกมะนาวเป็นแหล่งรวมไฟเบอร์ที่ดีที่สุดช่วยให้ระบบย่อยอาหารสามารถดูด ซึมน้ำตาลได้เร็วยิ่งขึ้น หลังจากที่คุณกินมันคุณจะรู้สึกอิ่มไปอีกนานเลยทีเดียว
เพื่อกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานดียิ่งขึ้น มะนาวเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากที่สุดไม่เพียงแต่จะดีสำหรับช่วยลดไข้ได้ แต่มันยังมีผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนาแนะนำมาว่า ใครที่กินผลไม้และผักที่มีวิตามินซีในปริมาณที่มากจะมีประโยชน์ต่อระบบย่อย อาหารและจะช่วยให้น้ำหนักลดได้ดีกว่าวิธีอื่นๆ อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นน้ำมะนาวยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมให้กักเก็บเอาไว้ใน เซลล์ไขมัน ผลวิจัยยังแสดงอีกว่า แคลเซียมที่มีอยู่ในเซลล์ไขมันปริมาณมากๆ จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้น
หลายคนได้อ่านบทความแล้วรู้สึกว่ามีไฟขึ้นมาเลยใช่ไหมละคะ ยังไงก็อย่าลืมนำไปทดลองดูนะคะ เพราะการลดน้ำหนักแบบนี้ มันไม่เป็นอันตราย แล้วก็สามารถนำไปใช้ได้ทั้งผู้หญิงผู้ชาย
เรื่อง
ข้อศอกดำ หัวเข่าด้านนั้น
เป็นปัญหาที่ทำให้สาว ๆ ใส่สายเดี่ยว กระโปรงสั้นไม่ได้ ถึงแม้ว่า
จะหน้าตาดีแค่ไหน แต่ก็คงไม่มั่นใจที่จะใส่แล้วทำให้เห็นรอยดำ และรอยด้าน
วันนี้มีเคล็ดลับที่จะทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับปัญหานี้อีกต่อไป
สิ่งที่นำมาแนะนำวันนี้คือ
เอนไซม์จากสับปะรด ซึ่งสับปะรดก็เป็นผลไม้ที่หาง่าย มีทุกฤดูกาล
ขั้นตอนการทำ
1. นำเอาสับปะรด 1/4
ผล ไปสับให้ละเอียด แล้วนำไปเข้าตู้เย็น
2. เมื่อได้เวลาอาบน้ำ
ก็เปิดตู้เย็นและหยิบสับปะรดที่เราเตรียมไว้ไปด้วย เมื่ออาบน้ำขัดตัวเสร็จแล้ว
เราก็หยิบสับปะรดเย็น ๆ ที่เตรียมมาไปขัดแขน ขา ข้อศอก หัวเข่า
หรือบริเวณที่ต้องการ
3. ทิ้งไว้ประมาณ 15-20
นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้ง
แล้วทาด้วยครีมบำรุงผิวที่ใช้ประจำ
สูตร นี้ทำได้บ่อยครั้ง
แต่ก็ไม่ควรเกินวันเว้นวัน และรับรองได้เลยว่าผิวคุณจะเนียนนุ่ม ไม่มีปัญหาศอกดำ เข่าด้านให้กังกลใจแน่นอนเลย...
ประโยชน์ / สรรพคุณมะเขือเทศและความงาม
มะเขือเทศสามารถนำมา-ทำเป็นอาหารได้หลากหลายรูปแบบทั้งในแบบผัดผัก ข้าวผัด น้ำพริกอ่อง ซุปทั้งใสและข้น ยำต่าง ๆ รวมไปถึงส้มตำอาหารอันโอชะของใครต่อใครหลายคนก็เหมือนจะขาดมะเขือเทศไม่ได้ เพราะนอกจากจะสร้างสีสันแล้วยังเพิ่มรสชาติให้อีกด้วย
-หากจะนำมาคั้นเป็นน้ำมะเขือเทศดื่มก็ชุ่มคอชื่นใจดีหรือทำเป็นซอสมาปรุงรส อาหารก็ได้ ในผลของมะเขือเทศนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่จำนวนมาก
-ช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระตุ้นน้ำย่อย ช่วยย่อยอาหาร มีฤทธิ์ในการช่วยขับปัสสาวะ และยังช่วยการระบายการขับถ่ายให้สะดวกขึ้นอีกด้วย และมีการวิจัยกันว่าการดื่มน้ำมะเขือเทศเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งของต่อมลูกหมากที่คุณผู้ชายกลัวนักกลัวหนา
-วิตามิน ซีที่มีสูงในมะเขือเทศแล้ว สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอี และกรด AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดไป เผยผิวกระจ่างใสมาทดแทน ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นสดใส ไม่แห้งกร้าน
-มีวิตามินเอซึ่งมีส่วนชวยบำรุงสายตา
-วิตามินอื่น ๆ ก็มีอยู่ครบทุกชนิด แถมเปลือกนอกของมะเขือเทศยังมีสารชนิดเดียวกับที่พบในเปลือกองุ่นแดงที่เชื่อว่ามีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดได้อีกด้วย
-ใช้มะเขือเทศหมักผมจะช่วยป้องกันการเปลี่ยนไปของสีผม อันเนื่องมาจากการว่ายในน้ำในสระที่มีคลอรีน
-ซอสมะเขือเทศนำมาใช้ขัดเครื่องประดับเงินชิ้นโปรดของคุณให้เงางามเหมือนเดิมได้ ด้วยนำซอสมะเขือเทศมาถูแล้วล้างน้ำออก
-ซอสมะเขือเทศช่วยในการดับกลิ่นคาว เศษอาหาร กลิ่นปลาสลิดได้เหมือนกันนะ เพียงแค่เปิดฝาซอสทิ้งไว้ 1 คืนเท่านั้น
-ซอสมะเขือเทศช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดหลังจากการหกล้ม หรือถูดมีดบาดได้
มะเขือเทศ กับ ความงาม
วิธีหนึ่งที่นิยมกันมากคือ การพอกหน้าด้วยมะเขือเทศ วิธีการง่ายมาก เพียงนำมะเขือเทศฝานออกเป็นชิ้นหนา ๆ ขนาดพอมือ แล้วนำมาถูให้ทั่วใบหน้าและลำคอเบา ๆ อาจเน้นบริเวณที่มีสิวเสี้ยนมากหน่อย เช่น จมูกและคาง ประมาณ 5-10 นาที แล้วพักหน้าไว้ประมาณ 5 นาที ค่อยล้างออกด้วยน้ำเย็น จากนั้นซับหน้าให้แห้ง จะสัมผัสได้ถึงความกระจ่างใสของผิวหน้า
หรือ ใช้น้ำมะเขือเทศคั้นสด ๆ ทาตามใบหน้าเชื่อกันว่าจะทำให้ผิวเต่งตึงมีน้ำมีนวลขึ้นไม่เพียงแค่นั้น เมล็ดของมะเขือเทศยังเอามาปลูกเพื่อขยายพันธุ์ได้หรือนำมาสกัดเอาน้ำมัน เพื่อมาใช้ในอุตสาหกรรมสบู่ อุตสาหกรรมสี และกากที่เหลือยังใช้เลี้ยงสัตว์กับเป็นปุ๋ยได้อีกด้วย
เห็นไหมค่ะว่าประโยชน์และสรรพคุณของมะเขือเทศมีมากมายขนาดนี้แล้วอย่าลืมที่จะหันมาเลือกทานมะเขือเทศกันเยอะ ๆ
น้ำแตงกวาปั่น
หากว่าตั้งใจที่จะดูแลตัวเองให้ดี เรามีสูตรง่ายๆมาเสนอ สาวๆที่กำลังมองหาวิธี
หรือเคล็ดลับความงามแล้วล่ะก็ลองหาน้ำปั่นผลไม้เย็นๆสักแก้ว เพื่อช่วยให้ทั้งคลายเหนื่อย และยังช่วยเสริมความสวยด้วย
วัตถุดิบ
1. แตงกวา 1-2 ลูก
(หากเป็นแตงกวาลูกเล็ก ให้ใช้ 4 – 5 ลูก )
และควรใช้แตงกวาปลอดสารพิษ
2. มะนาว 1/2 – 1 ลูก
3. น้ำผึ้ง 1 – 2 ช้อนโต๊ะ
4. เกลือป่น 1 หยิบมือ
วิธีทำ
1. เริ่มจากการที่เตรียมเครื่องปั่น
ล้างให้สะอาดเรียบร้อย วางให้แห้ง
2. ปอกเปลือกแตงกวาออกให้หมด
แล้วให้คว้านเมล็ดแตงกวาออกให้หมด
3. หั่นแตงกวาเป็นชิ้นเล็กๆ
ใส่ลงในโถเครื่องปั่น แล้วปั่นให้พอละเอียด
4. เติม เกลือป่น น้ำมะนาว ลงไป
พร้อมกับน้ำแข็งบดเล็กน้อย
5. เทน้ำผึ้งใส่รอไว้ที่ก้นแก้ว
จากนั้นค่อยๆเทน้ำปั่นจากโถเครื่องปั่นใส่ในแก้ว พร้อมเสิร์ฟ
**คุณประโยชน์ของน้ำแตงกวาปั่น ช่วยล้างสารพิษ และควบคุมน้ำหนักได้**
น้ำมะละกอ..ช่วยย่อยอาหาร
นอกจากรับประทานเป็นผลไม้ได้อร่อยแล้ว ยังนำไปทำเป็นน้ำมะละกอ หรือน้ำมะละกอผสมกับน้ำผลไม้ชนิดอื่นๆก็ได้รสดียิ่ง น้ำมะละกอใช้ดื่มหลังอาหารจะช่วยย่อยอาหาร เพราะในเนื้อมะละกอนี้จะมีเอนไซม์ช่วยย่อยสารโปรตีนที่ชื่อว่า "ปาเปอีน" ไม่เพียงเท่านี้ น้ำมะละกอยังช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยให้การทำงานของลำไส้ดีขึ้น ทำความสะอาดไต ช่วยให้เลือดแข็งตัว และยังเป็นยาระบายอ่อนๆอย่างดีอีก ด้วย มะละกอสุกชิ้น ขนาดกลาง อุดมไปด้วยคุณค่าอาหารที่มีประโยชน์ คือ แคลเซียม 61 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 49 มิลลิกรัม เหล็ก 0.9 มิลลิกรัม โซเดียม 9 มิลลิกรัม โปรแตสเซียม 711 มิลลิกรัม วิตามินเอ 5,320 I.U. วิตามินซี 170 มิลลิกรัม และแมกนีเซียม 31 มิลลิกรัม การ เลือกซื้อมะละกอเพื่อนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม ควรจะเลือกมะละกอที่สุกกำลังดี เนื้อไม่แข็ง หรือเละจนเกินไป มีเนื้อสีแดง เนื้อเนียน รสหวาน ถ้าเป็นพันธุ์แขกดำได้ยิ่งดี เพราะเครื่องดื่มที่ออกมาจะมีสีแดงสวย ก่อนทำน้ำมะละกอต้องล้างน้ำให้สะอาด ผ่าครึ่ง ใช้ช้อนตักเมล็ดออก จากนั้นก็ฝานเอาเปลือกออก หั่นเป็นชิ้น แล้วจึงนำไปปั่นทำน้ำมะละกอ วิธีทำ มะละกอ สุกหั่นเอาแต่เนื้อ 1/2 ถ้วย น้ำเย็นจัด 1 ถ้วย อบเชยป่น 1/8 ช้อนชา เกลือป่น 1/2 ช้อนชา น้ำมะนาว 2 ช้อนชา ปั่นมะละกอกับน้ำเย็นจัด เกลือ น้ำมะนาวเข้าด้วยกัน รินใส่แก้ว โรยด้วยอบเชยปั่น แต่ด้วยใบสะระแหน่ ดื่มเย็นๆทันทีจะอร่อย วิธีทำ น้ำ มะละกอตามสูตร 1/2 ถ้วย น้ำสับปะรด 1/2 ถ้วย เกลือป่น 1/8 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน รินใส่แก้ว แช่จนเย็นจัด แต่งด้วยสับปะรดหั่นเป็นชิ้น มะนาวหั่นแว่น และยอดสะระแหน่ น้ำมะละกอผสมน้ำสับปะรด น้ำมะละกอ
ซุปงาดำ ::: ชะลอวัย บำรุงผิวสวย
งาดำชะลอความแก่ เพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้อย่างน่ามหัศจรรย์เลยทีเดียวอันเป็นเพราะงา
ดำนั้น มีสารอาหารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น วิตามินเอ บีรวม
ช่วยดูแลเรื่องผิวพรรณ วิตามินซี ช่วยสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นส่วน
ประกอบของชั้นผิวหนังแท้ และวิตามินอี ในงาดำยังช่วยซ่อมแซมผิวและยังสร้างภูมิคุ้มกันใหักับผิวทั้งยังช่วยเก็บ
ออกซิเจนและลดคอเลสเตอรอลในเลือดอีกด้วย
ส่วนผสม :- ลูกเดือย 1 ถ้วยตวงแช่น้ำธรรมดา 5 ชั่วโมง(ถ้าน้ำร้อนใช้เวลา1 ชั่วโมง) - ถั่วแดง 1 ถ้วยตวงแช่น้ำธรรมดา 5 ชั่วโมง (ถ้าน้ำร้อนใช้เวลา1 ชั่วโมง) - เม็ดบัว 1 ถ้วยตวงแช่น้ำธรรมดา 3 ชั่วโมง (ถ้าน้ำร้อนใช้เวลา1 ชั่วโมง) - ข้าวกล้อง 2 ถ้วยตวง แช่น้ำธรรมดา 2 ชั่วโมง (ถ้าน้ำร้อนใช้เวลา1 ชั่วโมง) - ข้าวโอ๊ต 1 1/2 ถ้วยตวง - จมูกข้าว 1 ถ้วยตวง - งาดำป่น 2 ถ้วยตวง - ครีมเทียม 1 ถ้วยตวง - เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ - น้ำผึ้ง 1 ถ้วยตวง วิธีทำ : 1. นำลูกเดือย ถั่วแดง เม็ดบัว ข้าวกล้อง มาต้มรวมกันจนสุกน้ำงวด โดยใส่น้ำประมาณ 8 ถ้วย 2. นำมาแบ่งปั่นแล้วกรองกากโดยที่ร่อนแป้ง แล้วนำกากมาปั่นรวมกับที่จะปั่นอีกครั้งหนึ่ง ใส่น้ำระหว่างปั่นด้วยประมาณ 2 ลิตร หลังจากกรองเสร็จจะได้น้ำธัญพืชข้นๆ ดังภาพ 3. นำข้าวโอ๊ต จมูกข้าว งาดำป่น ครีมเทียม มาผสมลงไปในหม้อน้ำธัญพืชข้นๆ ใส่เกลือ น้ำผึ้งชิมรสตามชอบใจ 4. นำไปตุ๋นประมาณ 1/2 ชั่วโมง ตักเสริฟได้เลย เวลาเสริฟโรยหน้าด้วยถั่วเขียวทอด |








0 comments:
Post a Comment